วันพุธที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2552

Som Tum


อิอิอิ มาถึงลาวแล้วต้องลองซะหน่อยว่าส้มตำจะอร่อยไหม
คำตอบคือ อร่อยมากๆๆๆๆๆๆ อร่อยทุกร้านที่กินเลยล่ะ
ของเค้าจะต่างจากที่เคยกินคือใส่กะปิด้วย หรือเคล็ดลับจะอยู่ที่กะปิ
อีกอย่างที่ใส่เยอะมากคือผงชูรส
จานนี้ร้านข้างถนนที่วังเวียง มืดมากมาย ข้างหน้าเราเป็นวัด กินไปมองหลังคาวัดไป บรือซ์
แต่ราคาไม่แพงแถมอร่อยมากจานละสี่สิบบาท ( แพงเหมือนกัน แต่ร้านอื่นผัดไท แปดสิบบาท!!!!!!!!! )

วันจันทร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2552

Lao Trip


ในที่สุดก็มาถึงซะทีเฮ้อ เริ่มจากการเดินทางที่ทุลักทุเล (สุดๆ) จริง ๆก็ต้องโทษตัวเองนี่ล่ะที่งกเกินเหตุ เที่ยวบินรอบเจ็ดโมง ดันจะนั่งรถเมล์ไป 555 ก็เลยต้องโบกรถตำรวจไปถึงอาคารผู้โดยสาร ประหยัดสมใจกันเลยทีเดียว เรื่องของความลำบากในการเดินทางยังไม่จบ หลังจากเดินทางมาถึงเวียงจันทร์ ด้วยรถบัสจากอุดร ซึ่งคนและของเยอะมากกกกกกกกกกกก ก็มาเจอแกงซ์รถตู้พยายามชักชวนให้ไปวังเวียง ซึ่งเราอยากไปหลวงพระบางเลย สุดท้ายเพื่อนก็คล้อยตามแกงซ์รถตู้ เรานั่งรอให้รถตู้เต็มเกือบชั่วโมง มีฝรั่งกลุ่มนึงอดรนทนไม่ได้ก็ตะโกนว่าไปซิเค้าจ่ายพิเศษแล้วนะเพื่อที่จะให้รถออกเลยไม่ต้องรอคนอีก ทำไมไม่ไปซักที่ คนขับก็ไม่สนใจ อืมมม หรืออาจจะฟังไม่ออก ไม่แน่ใจเหมือนกัน ซักพักคนขับก็พาผู้ชายคนหนึ่งมาจะให้นั่งแถวเดียวกับฝรั่ง ก็เลยเกิดเป็นเรื่อง เพราะว่าฝรั่งไม่ยอม ฝรั่งบอกว่าเค้าจ่ายแพงกว่าเผื่อจะได้นั่งสบาย ๆ นะ คนลาวก็บอกว่าแบ่ง ๆ กันไปซิ ต้องแบ่ง ๆ กัน ทะเลาะกันนานมาก เรากะเพื่อนอีกสามนั่งอึ้งอยู่ฝรั่งบอกเอาเงินพิเศษคืนมา (ภาษาอังกฤษ) คนลาวต้องแบ่งกันซิ (ภาษาลาว) สุดท้ายคนลาวเลยไล่ฝรั่งลงบอกเอาเงินคืนไป เพราะเป็นคนไม่มีน้ำใจเดินทางร่วมกันไม่ได้ เพื่อนเราบอกว่าถ้าอยู่เมืองไทยจะไม่ยอมให้คนไทยทำอย่างนี้กับนักท่องเที่ยวเด็ดขาด ในที่สุดก็ได้ฤกษ์ออกเดินทางซึ่งคนขับแวะทำธุระส่วนตัวตลอดทาง ซื้อขนมปัง ทักเพื่อน เติมเงินโทรศัพท์ เข้าห้องน้ำ สุดท้ายเจอคนรู้จักเลยแวะรับไปด้วยกัน สุดท้ายเชือกผูกของบนหลังคาหลุดพี่แกก้อจอด ฝรั่งที่นั่งข้างหน้าเลยถาม จอดอีกแล้วเหรอ เราเซ็งอย่างแรง